ระบบกำลังทำการเรียกข้อมูล โปรดรอสักครู่ ....
สมศ.เผย 10 ข้อพิจารณา
เข้าเรียนมหาวิทยาลัยทางเลือก
 

สมศ.เผย 10 ข้อพิจารณา เข้าเรียนมหาวิทยาล
หลังประกาศผลแอดมิชชั่น
               สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เผย 10 ข้อพิจารณา เรียนมหาวิทยาลัยทางเลือก หลังการประกาศผลแอดมิชชั่น ประกอบด้วย 1) หลักสูตรได้รับการรับรองจากต้นสังกัด 2)ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา 3)ผลการประเมินภายในจากต้นสังกัด 4)ผลการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. 5)คณาจารย์ประจำหลักสูตรเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับในแวดวงวิชาการและปฏิบัติการสอนจริง 6)อัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานสากล 7)จำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษาเทียบกับจำนวนนักศึกษาแรกเข้าและออกกลางคัน 8)จำนวนบัณฑิตที่สามารถสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพ 9)ความสำเร็จของศิษย์เก่า จบแล้วมีงานทำ 10)สถานศึกษามีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ โดยนักเรียนและผู้ปกครองสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลของแต่ละมหาวิทยาลัย โดย สมศ. ได้รวบรวมข้อมูลมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนจากทั่วประเทศ โดยเข้าไปที่ www.onesqa.or.th จากนั้นเลือกผลการประเมินคุณภาพภายนอก และพิมพ์ชื่อสถานศึกษาที่ต้องการข้อมูล จากนั้นจะปรากฏผลประเมินเป็นไฟล์พีดีเอฟ (PDF) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครอง และนักเรียนที่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย สำหรับคณาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือเข้าไปที่ www.onesqa.or.th ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 260 แห่ง และมีจำนวนคณะทั้งหมด 1,171 คณะ โดยในปี 2557 ที่ผ่านมา มีผู้สมัครจำนวน 99,767 คน แอดมิชชันติด มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ จำนวน 80,880 คน หลุดแอดมิชชั่น 18,887 คน และในปีปัจจุบัน มีผู้สมัครจำนวน 151,838 แอดมิชชันติด มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ จำนวน 91,813 คน หลุดแอดมิชชั่น 60,025 คน ซึ่งหลังการประกาศผลสอบแอดมิชชั่น ก็มีทั้งเด็กๆ ที่สมหวัง แล้วก็มีบางส่วนที่พลาดหวังในมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน ดังนั้น สมศ. จึงแนะนำ 10 ข้อ พิจารณาเรียนมหาวิทยาลัยทางเลือก หลังประกาศผลแอดมิชชั่น ก่อนตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษา ดังนี้ 1.หลักสูตรได้รับการรับรองจากต้นสังกัด 2.ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา 3.ผลการประเมินภายในจากต้นสังกัด 4.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. 5.คณาจารย์ประจำหลักสูตรเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับในแวดวงวิชาการและปฏิบัติการสอนจริง 6.อัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น คณะแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล และเภสัช อัตราส่วนอาจารย์ต่อศิษย์ต้องอยู่ที่ 1 ต่อ 8 เป็นต้น หรือคณะนิติศาสตร์ วารสารศาสตร์ คณะบริหาร และคณะบัญชี อัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาต้องอยู่ที่ 1 ต่อ 25 7.จำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษาเทียบกับจำนวนนักศึกษาแรกเข้าและออกกลางคัน 8.จำนวนบัณฑิตที่สามารถสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพเทียบกับบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา 9.ความสำเร็จของศิษย์เก่า จบแล้วมีงานทำ 10.สถานศึกษามีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ นักเรียนและผู้ปกครองสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลของแต่ละมหาวิทยาลัย โดย สมศ. ได้ทำการรวบรวมข้อมูลมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนจากทั่วประเทศ โดยเข้าไปที่ www.onesqa.or.th จากนั้นเลือกผลการประเมินคุณภาพภายนอก และพิมพ์ชื่อสถานศึกษาที่ต้องการข้อมูล จากนั้นจะปรากฏผลประเมินเป็นไฟล์พีดีเอฟ (PDF) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครอง และนักเรียนที่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับคณาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือเข้าไปที่ www.onesqa.or.th ที่มา ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 9 มิถุนายน 2558
          การประชุมคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 ครั้งที่ 2/2558 วันที่ 4 มิ.ย. 2558 ณ ห้องประชุมออบหลวง สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ซึ่งมีเรื่องแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบเกี่ยวกับผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน NT ป.3 O-Net ป.6 และ ม.3 ปีการศึกษา 2557 โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลระดับประเทศและระดับเขตพื้นที่การศึกษา มีรายชื่อโรงเรียนจำนวน 10 โรงที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าประเทศและสูงกว่าประเทศ รวมถึงโรงเรียนจำนวน 10 โรงที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าและสูงกว่าระดับเขตพื้นที่การศึกษาฯ , การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาระยะ 4 ปี ( พ.ศ. 2559-2562) ของสพป.เชียงใหม่ เขต 5 , การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน , การประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ฮอด อ.ดอยเต่า และ อ.อมก๋อยในช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา , การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผอ.และผอ.สถานศึกษา ครั้งที่ 1 พ.ศ.2558 จำนวน 20 ราย , การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูฯตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ จำนวน 16 ตำแหน่ง
           วันที่ 5 มิ.ย. 2558 นายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 เป็นประธานเปิดและบรรยายพิเศษ "การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาความเข้มแข็งการดำเนินงานแนะแนวในสถานศึกษา" ณ ห้องประชุมออบหลวง สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ทั้งนี้สืบเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายปรับสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา สายสามัญศึกษาให้เป็น 51 ต่อ 49 ในปีการศึกษา 2558 เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพให้มีความสอดคล้องกับความต้องการกำลังคนในสังคมในสถานประกอบการและตลาดแรงงานในอนาคต สพฐ.จึงกำหนดนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนในสังกัดเข้าเรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมผู้บริหารและครูแนะแนว บุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวเน้นให้เห็นถึงความสำคัญความจำเป็นของการแนะแนวที่จะครอบคลุมทั้งด้านการแนะแนวศึกษาต่อ การแนะแนวอาชีพ และแนะแนวการดำเนินชีวิตเพื่อเตรียมเข้าสู่โลกอาชีพซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนรู้จักเข้าใจตนเอง รู้ความถนัดความสามรถของตนเอง มีเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพและวางแผนการเรียนเพื่อก้าวสู่อาชีพและการมีงานทำเมื่อจบการศึกษา รวมทั้งการสื่อสารกับผู้ปกครองซึ่งครูแนะแนวมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาผู้เรียนให้สามรถก้าวสู่โลกการศึกษาและมีอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ตามความต้องการในการพัฒนาประเทศสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งในปี 2557 สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ได้จัดการอบรมพัฒนาความเข้มแข็งครูแนะแนวในสถานศึกษาให้กับผู้บริหารและครูแนะแนวในโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนดีประจำตำบล ในลักษณะการให้ความรู้ศึกษาดูงาน ณ วิทยาลัยการอาชีพจอมทอง ส่วนในปีการศึกษา 2558 สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ"การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาความเข้มแข็งการดำเนินงานแนะแนวในสถานศึกษา" โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 98 โรงเรียน 2 สาขา ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้ ตัวอย่างการจัดการศึกษาด้านอาชีพด้วยโครงการนักธุรกิจน้อยและเพื่อชี้แจงการจัดตั้งขับเคลื่อนศูนย์แนะแนวประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรมาให้ความรู้ในครั้งนี้ ได้แก่ วิทยากรภายนอก โครงการนักธุรกิจน้อย ประกอบด้วย น.ส.วันเพ็ญ สุจิปุตโต ข้าราชการบำนาญ ที่ปรึกษาสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา น.ส.จิตยาภรณ์ หงษ์ทอง นักวิชาการศึกษา สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา นางกนกวรรณ กาวินชัย ครูรร.บ้านห้วยไร่สามัคคี สพป.เชียงราย เขต 3 นายเสกสรร กาวินชัย ครูรร.แจ้ห่มวิทยา สพม. เขต 35 และวิทยากรการจัดตั้งศูนย์แนะแนวในระดับเขตพื้นที่ฯและการแนะแนวเชิงจิตวิทยา ประกอบด้วย นายนพพร เดชชิต ผอ.รร.บ้านกองลอย และนายโรจน์ไชย สมวงศ์ ครูรร.บ้านกองลอย....
 

ข่าวย่อย
          จ่อปรับปรุงเงื่อนไขครูสมาชิก ช.พ.ค.กู้แล้วต้องทำประกัน...@@@...ศธ.เตรียมปรับปรุงเงื่อนไขการทำประกันชีวิตครูที่สมาชิก ช.พ.ค. ถูกบังคับให้ซื้อประกันถ้าต้องการขอกู้เงิน เพราะส่งผลภาระดอกเบี้ยของครูเพิ่มสูงขึ้น ส่วน "สมมาตร" เจอกรรมการชุดใหม่ประเมินผลงาน... นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด นำหลักทรัพย์ปลอมมาค้ำประกันการแลกซื้อตั๋วเงินกับ สกสค.ว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการ สกสค.ได้มอบหมายให้นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) ไปแจ้งความเกี่ยวกับกรณีนี้ไว้แล้วหลายครั้ง รวมถึงให้ทำหนังสือทวงถามไปยังนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา เจ้าของบริษัท บิลเลี่ยนฯ เพื่อเรียกเงินคืนทั้งหมด ส่วนนายพินิจศักดิ์จะใช้วิธีการเชิญนายสัมฤทธิ์มาพูดคุยเรื่องการคืนเงินด้วยตัวเอง ก็ถือเป็นอำนาจของเลขาฯ สกสค. ที่มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ โดยทางคณะกรรมการ สกสค.อยากได้เงินคืนโดยเร็วที่สุด รวมถึงให้ตรวจสอบว่าที่ผ่านมามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินอะไรไปบ้าง ซึ่งทรัพย์สินของอดีตผู้บริหาร สกสค.ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดไปทั้งหมด 183 ล้านบาท ปลัด ศธ.กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการเพื่อขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษนั้น ต้องมีการหารือร่วมกันในคณะกรรมการ สกสค. และต้องกลับไปดูกฎหมายก่อน โดยข้อที่อาจจะสามารถแจ้งความต่อดีเอสไอเพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่ามีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากเงินจำนวน 2,100 ล้านบาทหรือไม่ คือการจัดซื้อจัดจ้างในวงราชการทั่วไปจะมีการจัดสรรงบประมาณลงไป และมีเงินที่เรียกว่าเงินทอน ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีผู้รับประโยชน์จากตรงนี้ เพราะถ้าเชื่อว่ามีการยักยอกเงินของ สกสค.ไปจริง ก็อาจจะต้องอาศัยอำนาจของดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบ เบื้องต้นกลุ่มอดีตคณะกรรมการ สกสค.ที่ทางดีเอสไอเปิดเผยมาทั้ง 10 คน ก็ต้องถูกตรวจสอบด้วย เพราะถือว่าอยู่ในกลุ่มของผู้ที่อาจจะมีผลประโยชน์แอบแฝง นพ.กำจรกล่าวอีกว่า ในส่วนข้อเสนอของนายพินิจศักดิ์ ที่จะให้ชะลอการปล่อยเงินกู้ ช.พ.ค.ให้กับผู้กู้รายใหม่ เพื่อปรับเกณฑ์การกู้ต่างๆ ให้มีความเป็นธรรม โดยเฉพาะการทำประกันชีวิตนั้น เรื่องนี้ตนได้หารือกับหลายฝ่าย ซึ่งคงต้องไปดูรายละเอียด และจากการสอบถามทั้งทางธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน พบว่าโดยหลักการเป็นการนำเงินประกันภัยมาค้ำประกันเงินกู้ ทำให้ผู้กู้ต้องเสียดอกเบี้ยค่อนข้างมาก ขณะเดียวกัน ตามปกติการทำประกันจะต้องมีค่าคอมมิชชั่น ดังนั้นต้องไปดูว่าค่าคอมมิชชั่นจำนวนมากที่ได้จากการทำประกันของครูตกไปอยู่ที่ใคร หรือมีการยกเว้นให้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะใช่ปัญหาการทุจริต แต่อาจเป็นความเข้าใจที่ไม่ตรวจกันมากกว่า ด้านนายพินิจศักดิ์กล่าวเสริมประเด็นนี้ว่า ในการขอกู้เงินของสมาชิกครู ทางธนาคารออมสินผู้ปล่อยกู้ได้เป็นผู้แนะนำให้ผู้กู้ต้องทำประกันชีวิตกับบริษัท ทิพยประกันภัย โดยปกติบริษัทประกันก็จะได้ค่านายหน้าประมาณ 15% ส่วนประเด็นความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาการทุจริตภายในองค์การค้าของ สกสค.นั้น นพ.กำจรกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้นายสุเทพ ชิตยวงศ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ไปปรับลดค่าใช้จ่ายขององค์การค้าฯ แล้ว รวมถึงเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายสมมาตร มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ซึ่งถือเป็นการประเมินครั้งที่ 3 เพราะการประเมิน 2 ครั้งที่ผ่านมา ประเมินโดยอดีตคณะกรรมการ สกสค.ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ดังนั้นจึงต้องตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาประเมิน หากผลการประเมินพบว่าการทำงานไม่มีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย ก็อาจจะมีการพิจารณายกเลิกสัญญาจ้างนายสมมาตรตามขั้นตอนต่อไป. ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 


ฉบับที่ 237 วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2558 จำนวนผู้ใช้งาน 6 ท่าน
จำนวนผู้ชม 1 ครั้ง Your IP Address is
          
 

การรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง
ตำแหน่งรองผอ.และผอ.โรงเรียน

          การรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสพป.เชียงใหม่ เขต 5 วันที่ 9 มิ.ย. 2558 โดยมีนายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 กล่าวแสดงความยินดี ให้โอวาทและให้แนวนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาปี 2558 รวมถึงแผนการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งจะดำเนินการเร็วๆนี้ นอกจากนั้นนายอุทิศ ขัติวงษ์ รองผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 ได้พบปะและให้โอวาทพร้อมให้แนวนโยบายในการบริหารงานแก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ ซึ่งในวันนี้มีผู้มารายงานตัวทั้งหมด 19 คน...

 
          วันที่ 2 มิ.ย. 2558 นายไกรสร สุทินโน รองผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 เป็นประธานดำเนินการคัดเลือกสถานศึกษาพอเพียง ที่มีผลงานการปฏิบัติงานเป็นเลิศ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีโรงเรียนที่เข้ารับการคัดเลือกจำนวน 5 โรง ได้แก่ โรงเรียนบ้านตาลเหนือ โรงเรียนบ้านไร่ โรงเรียนบ้านเตียงอาง โรงเรียนบ้านแม่ตูบ และโรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว ทั้งนี้มีการนำเสนอการดำเนินงานของแต่ละโรงเรียนเพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 2 โรงเรียนเพื่อเป็นสถานศึกษาพอเพีงที่มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ(Best Pactice)
           วันที่ 5 มิ.ย. 2558 นายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 เป็นประธานการคัดเลือกครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2558 ทั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานคุรุสภา กำหนดให้มีการคัดเลือกครูผู้สอนดีเด่นขึ้นเพื่อส่งเสริมยกย่องและผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพครู ,เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประกอบวิชาชีพครูที่มีผลงานดีเด่น , เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพตามาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพทางการศึกษา และเพื่อเป็นแบบอย่างเสริมสร้างศรัทธาและความเชื่อถือในวิชาชีพครูให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร โดยแบ่งประเภทครูผู้สอนดีเด่นทั้งหมด 11 ประเภท ได้แก่ ครูผู้สอนปฐมวัยดีเด่น , ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ดีเด่น , ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ดีเด่น , ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมดีเด่น , ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษาดีเด่น , ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะดีเด่น , ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีดีเด่น , ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศดีเด่น(ภาษาอังกฤษ) , ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยดีเด่น , ครูผู้สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนดีเด่น , ประถมศึกษาดีเด่น(สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน)

 

 


สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5
404 ม.10 ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
T.0-5346-1089 Fax.0-5346-1627 ict_cma5@hotmail.com
©พัฒนาโปรแกรมโดย นายอภิวัฒน์ กันศรีเวียง

[คลิกที่นี่เข้าสู่ระบบเข้าสู่ระบบ ] [เครือข่าย e-network] [เครือข่าย e-news]